หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีชีวภาพ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ BIT-FWIC-101A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

2131 นักเทคโนโลยีชีวภาพ นักเทคโนโลยีชีวภาพ ระดับ 5 นักเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านสิ่งแวดล้อม



6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

       ผู้ที่ผ่านหน่วยสมรรถนะนี้ สามารถดำเนินการตามหลักการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม ได้แก่ น้ำ ดิน อากาศ และของเสียจากแหล่งกำเนิด มีเทคนิคการเก็บรักษาและเตรียมตัวอย่างทางชีวภาพก่อนนำไปวิเคราะห์ได้ สามารถตรวจวัดคุณภาพของตัวอย่างสิ่งแวดล้อม วิเคราะห์ แปรผล และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลการตรวจสอบมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

นักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพสิ่งแวดล้อม


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)
N/A

10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

สำหรับนักเทคโนโลยีชีวภาพด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Biotechnology) กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะเน้นไปที่เรื่อง การจัดการสิ่งแวดล้อม, ความปลอดภัยทางชีวภาพ และการควบคุมมลพิษ เป็นหลัก ประกอบด้วย

1. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายหลักในการควบคุมการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การบำบัดน้ำเสีย การจัดการของเสียชีวภาพ กำหนดให้มีการทำ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากโครงการมีความเสี่ยง

2. พระราชบัญญัติควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2535 เกี่ยวกับการควบคุมการปล่อยของเสีย น้ำเสีย อากาศเสีย ที่อาจเกิดจากกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพ

3. พระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ (อยู่ระหว่างการผลักดัน) เพื่อควบคุมการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) หรือสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรม (GMO) ในสิ่งแวดล้อม

4. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เกี่ยวกับการควบคุมโรคและสุขลักษณะจากของเสียชีวภาพ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน

5. กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ควบคุมการวิจัย การดัดแปลงพันธุ์พืช เพื่อคุ้มครองพันธุกรรมพื้นเมืองและพันธุ์พืชป่า

6. กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น พิธีสารการปลอดภัยทางชีวภาพแห่งคาร์ตาเฮนา (Cartagena Protocol on Biosafety) มีผลต่อการใช้/เคลื่อนย้าย GMO ที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E-2.01

เก็บตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อม (น้ำ ดิน อากาศ และของเสียจากแหล่งกำเนิด)

1. อธิบายหลักการ วิธีการและเลือกวิธีการเก็บตัวอย่างของสิ่งแวดล้อม (ได้แก่ น้ำ ดิน อากาศ และของเสีย จากแหล่งกำเนิด) แต่ละประเภทได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวัตถุประสงค์

E-2.01.01 232666
E-2.01

เก็บตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อม (น้ำ ดิน อากาศ และของเสียจากแหล่งกำเนิด)

2. ปฏิบัติงานเก็บตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการป้องกันการปนเปื้อน

E-2.01.02 232667
E-2.01

เก็บตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อม (น้ำ ดิน อากาศ และของเสียจากแหล่งกำเนิด)

3. เก็บรักษาตัวอย่างได้อย่างเหมาะสมตามประเภทของตัวอย่างก่อนนำไปวิเคราะห์ได้

E-2.01.03 232668
E-2.02

ตรวจคุณภาพตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพ

1. เตรียมตัวอย่างสิ่งแวดล้อมแต่ละประเภท(น้ำ ดิน อากาศ และของเสีย) ก่อนนำไปวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดของการทดสอบ

E-2.02.01 232676
E-2.02

ตรวจคุณภาพตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพ

2. เลือกและทดสอบคุณภาพตัวอย่างตามวิธีการที่เหมาะสมกับประเภทของตัวอย่างสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

E-2.02.02 232677
E-2.02

ตรวจคุณภาพตัวอย่างทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพ

3. วิเคราะห์ผลจากการทดสอบทางชีวภาพและสรุปผลพร้อมจัดทำรายงานผลการทดสอบคุณภาพตัวอย่าง

E-2.02.03 232678
E-2.03

รายงานผลการประเมินสภาพตัวอย่างสิ่งแวดล้อมจากผลการตรวจวิเคราะห์โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ

1. แปรผลการทดสอบตัวอย่างสิ่งแวดล้อมแต่ละประเภท (เช่น น้ำ ดิน อากาศ ของเสีย) ตามมาตรฐานวิชาการหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้

E-2.03.01 232681
E-2.03

รายงานผลการประเมินสภาพตัวอย่างสิ่งแวดล้อมจากผลการตรวจวิเคราะห์โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ

2. รายงานผลการสอบตัวอย่างและการแปรผลของตัวอย่างสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบถ้วน

E-2.03.02 232682

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

B-3     การเก็บตัวอย่างชีวภาพเบื้องต้นเพื่อการวิเคราะห์

B-5     การบริหารจัดการสารเคมีและของเสียจากห้องปฏิบัติการ

B-6     ตรวจสอบสมบัติทางกายภาพตัวอย่างเบื้องต้น

B-7     เก็บรักษา (Preserve) ตัวอย่างสำหรับการทดสอบ

B-8     จัดเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อและใช้อุปกรณ์พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการเลี้ยงเชื้อ 

 


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

- มีทักษะการเลือกและเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง

- ทักษะการจัดเก็บและรักษาตัวอย่างก่อนวิเคราะห์

- ทักษะการเตรียมตัวอย่างทางชีวภาพ

- ทักษะการใช้เครื่องมือ/เทคนิคการตรวจวัด 

- ทักษะการแปรผล วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำรายงานวิชาการ

- ทักษะการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นจากผลการทดสอบ

(ข) ความต้องการด้านความรู้

- ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม 

- ความรู้ด้านหลักการเก็บตัวอย่างและการควบคุมคุณภาพตัวอย่าง

- ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม

- ความรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์และสารมลพิษที่พบในสิ่งแวดล้อม

- ความรู้ในการใช้เครื่องมือพื้นฐานทางสิ่งแวดล้อม

- ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการจัดการสารเคมีและของเสียจากแหล่งกำเนิด

 


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

หลักฐานที่ต้องการจะกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมินและควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) และความรู้ที่ต้องการ (Required Skill and Knowledge)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

    1. เอกสาร/หลักฐานรับรองการทำงาน หรือ

    2. เอกสาร/หลักฐานการอบรมเชิงปฏิบัติการ หรือ

    3. เอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

    1. ผลการสัมภาษณ์ หรือ

    2. ผลการทดสอบความรู้ หรือ

    3. ใบรับรองผลการศึกษา

(ค) คำแนะนำในการประเมิน

ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการประเมินที่ครอบคลุมในทุกสมรรถนะย่อยขอบเขตความรู้และทักษะที่กำหนดในกรณีที่ผู้รับการประเมินผ่านไม่ครบตามเกณฑ์กำหนด ผู้ประเมินต้องแจ้งหน่วยสมรรถนะและสมรรถนะย่อยที่ไม่ผ่านให้ผู้รับการประเมินไปทบทวนสมรรถนะที่ยังไม่ผ่านและสามารถกลับมาทดสอบสมรรถนะใหม่อีกครั้ง

(ง) วิธีการประเมิน

   1. การประเมินความรู้และทักษะปฏิบัติในหน่วยสมรรถนะนี้ จะต้องดำเนินการโดยองค์กรที่มีหน้าที่รับการรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น

   2. การประเมินความรู้ในหน่วยสมรรถนะนี้ กำหนดให้ทำการสอบข้อเขียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก


15. ขอบเขต (Range Statement)

เรียนรู้วิธีการเก็บ รักษา และตรวจสอบคุณภาพของตัวอย่างสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ ดิน อากาศ และของเสีย โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ เช่น การวิเคราะห์จุลินทรีย์ ความสกปรกทางชีวภาพ หรือสารอินทรีย์ ฝึกทักษะการเตรียมตัวอย่าง การเลือกใช้เครื่องมือและวิธีวิเคราะห์ที่เหมาะสม ตลอดจนการแปรผลและรายงานผลการตรวจอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง 

(ก) คำแนะนำ

    1. สำหรับผู้เข้ารับการประเมินในหน่วยสมรรถนะนี้ ต้องสามารถเรียนรู้วิธีการเก็บ รักษา และตรวจสอบคุณภาพของตัวอย่างสิ่งแวดล้อม และของเสียโดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ ฝึกทักษะการเตรียมตัวอย่าง การเลือกใช้เครื่องมือและวิธีวิเคราะห์ที่เหมาะสม ตลอดจนการแปรผลและรายงานผลการตรวจอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งผู้เข้ารับการประเมินควรเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยสมรรถนะนี้ ทั้งหลักฐานการปฏิบัติงาน และหลักฐานความรู้มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

    2. สำหรับเจ้าหน้าที่สอบจะต้องพิจารณาหลักฐานการปฏิบัติงานและหลักฐานความรู้ให้ตรงตามที่ระบุไว้ในหน่วยสมรรถนะนี้

(ข) คำอธิบายรายละเอียด

    1. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หมายถึง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักวิชาการในการทำนายหรือคาดการณ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งทางบวกและทางลบที่จะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งทางทรัพยากรธรรมชาติ ทางเศรษฐกิจ และสังคม เพื่อจะได้หาทางป้องกันผลกระทบในทางลบที่อาจเกิดขึ้นให้เกิดน้อยที่สุด


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)
N/A

17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

1. ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก



ยินดีต้อนรับ