หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

จัดการต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ MAH-VGXD-066A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ จัดการต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 1321 ผู้จัดการด้านการผลิต

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

สามารถวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิต ประเมินและติดตามต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมี คำนวณต้นทุนการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงวางแผนและควบคุมงบประมาณต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

อาชีพนักจัดการในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 6


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E3091

วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. ระบุรายการต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E3091.01 232638
E3091

วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. คำนวณสัดส่วนของต้นทุนแต่ละประเภทต่อหน่วยการผลิตได้อย่างถูกต้อง

E3091.02 232639
E3091

วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนกับปริมาณการผลิตอย่างถูกต้อง

E3091.03 232640
E3092

ประเมินและติดตามต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. รวบรวมข้อมูลการใช้วัตถุดิบและสารเคมีจากการผลิตจริงได้อย่างถูกต้อง

E3092.01 232641
E3092

ประเมินและติดตามต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. คำนวณต้นทุนการใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่อหน่วยผลิตได้อย่างถูกต้อง

E3092.02 232642
E3092

ประเมินและติดตามต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. เปรียบเทียบต้นทุนที่ใช้จริงกับต้นทุนมาตรฐานได้อย่างถูกต้อง

E3092.03 232643
E3092

ประเมินและติดตามต้นทุนวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

4. ติดตามแนวโน้มการใช้สารเคมี อัตราการเติม และการสูญเสียได้อย่างถูกต้อง

E3092.04 232644
E3093

คำนวณต้นทุนการใช้พลังงานและทรัพยากรในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากรจากแหล่งที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง

E3093.01 232645
E3093

คำนวณต้นทุนการใช้พลังงานและทรัพยากรในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. คำนวณต้นทุนพลังงานต่อรอบการผลิตหรือหน่วยผลิตได้อย่างถูกต้อง

E3093.02 232646
E3093

คำนวณต้นทุนการใช้พลังงานและทรัพยากรในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. จำแนกรายการพลังงานตามประเภทได้อย่างได้อย่างถูกต้อง

E3093.03 232647
E3094

วางแผนและควบคุมงบประมาณต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. จัดทำแผนงบประมาณต้นทุนการผลิตแยกตามหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง

E3094.01 232648
E3094

วางแผนและควบคุมงบประมาณต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. คำนวณงบประมาณตามแผนการผลิตหรือยอดขายได้อย่างถูกต้อง

E3094.02 232649
E3094

วางแผนและควบคุมงบประมาณต้นทุนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของงบประมาณเทียบกับศักยภาพของสายการผลิตได้อย่างถูกต้อง

E3094.03 232650

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. ทักษะการคำนวณสัดส่วนของต้นทุนแต่ละประเภทต่อหน่วยการผลิต

2. ทักษะการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนกับปริมาณการผลิต

3. ทักษะการคำนวณต้นทุนการใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่อหน่วยผลิต

4. ทักษะการคำนวณต้นทุนพลังงานต่อรอบการผลิตหรือหน่วยผลิต

5. ทักษะการคำนวณงบประมาณตามแผนการผลิตหรือยอดขาย

6. ทักษะการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของงบประมาณเทียบกับศักยภาพของสายการผลิต

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

2. ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลการใช้วัตถุดิบและสารเคมีจากการผลิตจริง

3. ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานและทรัพยากรจากแหล่งที่เกี่ยวข้อง

4. ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนงบประมาณต้นทุนการผลิตแยกตามหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ค) คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสำคัญ ตรงตามสมรรถนะย่อยและ

เกณฑ์การปฏิบัติงาน โดยต้องแสดงถึง

1. ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

2. วิธีการปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน    

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

1. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถระบุรายการต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถคำนวณสัดส่วนของต้นทุนแต่ละประเภทต่อหน่วยการผลิตได้อย่างถูกต้อง

3. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนกับปริมาณการผลิตอย่างถูกต้อง

4. รวบรวมข้อมูลการใช้วัตถุดิบและสารเคมีจากการผลิตจริงได้อย่างถูกต้อง

5. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถคำนวณต้นทุนการใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่อหน่วยผลิตได้อย่างถูกต้อง

6. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถเปรียบเทียบต้นทุนที่ใช้จริงกับต้นทุนมาตรฐานได้อย่างถูกต้อง

7. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถติดตามแนวโน้มการใช้สารเคมี อัตราการเติม และการสูญเสียได้อย่างถูกต้อง

8. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากรจากแหล่งที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง

9. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถคำนวณต้นทุนพลังงานต่อรอบการผลิตหรือหน่วยผลิตได้อย่างถูกต้อง

10. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถจำแนกรายการพลังงานตามประเภทได้อย่างได้อย่างถูกต้อง

11. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถจัดทำแผนงบประมาณต้นทุนการผลิตแยกตามหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง

12. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถคำนวณงบประมาณตามแผนการผลิตหรือยอดขายได้อย่างถูกต้อง

13. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของงบประมาณเทียบกับศักยภาพของสายการผลิตได้อย่างถูกต้อง



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

ต้นทุน

ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า สามารถแบ่งได้เป็นหลายหมวด เพื่อช่วยในการวางแผนควบคุมต้นทุน วิเคราะห์กำไร และตั้งราคาผลิตภัณฑ์อย่างแม่นยำ โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มดังนี้ 

1. ต้นทุนตรงจากกระบวนการผลิต (Direct Costs)

1.1 วัตถุดิบหลัก (Raw Materials) เช่น โลหะสำหรับชุบสารเติมแต่ง น้ำ DI / RO เคมีปรับ pH เป็นต้น

1.2 ค่าพลังงาน เช่น ไฟฟ้า พลังงานความร้อนใช้ควบคุมอุณหภูมิถังชุบ ลมอัด เครื่องเป่า สำหรับ Agitation หรือ Drying เป็นต้น

1.3 ค่าแรงงานตรง เช่น พนักงานประจำเครื่อง พนักงานควบคุมกระบวนการชุบ พนักงานตรวจสอบคุณภาพ เป็นต้น

2. ต้นทุนทางอ้อม (Indirect Costs)

2.1 ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร เช่น เปลี่ยนซีล  ใบพัด ฮีตเตอร์ อะไหล่สิ้นเปลือง ค่าแรงช่างซ่อมบำรุง วัสดุสิ้นเปลือง เป็นต้น

2.2 ค่าบำบัดของเสีย เช่น น้ำเสีย ระบบบำบัด COD , pH , Heavy Metal ระบบ Scrubber หรือ Activated Carbon ค่าขนส่งของเสียอันตรายตามกฎหมาย เป็นต้น

2.3 ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ได้แก่ Rectifier ถังชุบ ระบบควบคุม โปรแกรมควบคุม ซอฟต์แวร์ เป็นต้น

3. ต้นทุนคุณภาพ (Quality Costs) เช่น การตรวจสอบ (Inspection) ค่าเครื่องวัดความหนา ค่าห้องแล็บ ความสูญเสียจากของเสีย ชิ้นงานที่ชุบเสีย  ต้องทำใหม่ การเคลมลูกค้า เป็นต้น

4. ต้นทุนด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (EHS Costs) เช่น อุปกรณ์เซฟตี้ การอบรมพนักงานเรื่องความปลอดภัยเคมี การจัดการของเสีย ค่าเอกสาร รายงานสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

5. ต้นทุนการบริหารจัดการ หรือค่าโสหุ้ย เช่น ค่าบริหารจัดการ แผนกจัดซื้อ แผนกคลังสินค้า แผนกควบคุมคุณภาพ ค่าประกันเครื่องจักร ค่าเช่าสถานที่ ค่าระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น

    

การคำนวณสัดส่วนของต้นทุน

การคำนวณสัดส่วนของต้นทุนแต่ละประเภทต่อหน่วยการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ต้นทุน ตรวจสอบราคาขาย และหาจุดที่สามารถลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสูตรดังนี้

ต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวมทั้งหมด / จำนวนหน่วยผลิตทั้งหมด

โดยที่

ต้นทุนรวมทั้งหมด (Total Cost) = ต้นทุนตรง + ต้นทุนทางอ้อม + ต้นทุนคุณภาพ + ต้นทุน EHS + ต้นทุนโสหุ้ย



การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนกับปริมาณการผลิต

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนกับปริมาณการผลิต เป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ช่วยทำให้ทราบถึงต้นทุนต่อหน่วยลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลิตหรือไม่ วางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และตัดสินใจเรื่องราคาขายและจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ประเภทต้นทุนที่เกี่ยวข้อง จำแนกต้นทุนออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ลักษณะไม่เปลี่ยนแม้ผลิตมากหรือน้อย เช่น ค่าเช่าถังชุบ ค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่าแรงผู้ควบคุม เป็นต้น

2. ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ลักษณะเปลี่ยนตามปริมาณผลิต เช่น สารเคมี ค่าน้ำ DI ค่าพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

3. ต้นทุนผสม (Semi-variable) ลักษณะมีทั้งคงที่และผันแปร เช่น ค่าไฟฟ้าขั้นต่ำรวมกับส่วนเกิน ค่าแรงล่วงเวลา เป็นต้น



การคำนวณต้นทุนการใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่อหน่วยผลิต

การคำนวณต้นทุนการใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่อหน่วยผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า มีความสำคัญมากเนื่องจากวัตถุดิบและเคมีเป็นต้นทุนหลักที่มีผลต่อราคาต่อหน่วยมากที่สุด โดยคิดจากปริมาณการใช้ต่อหน่วยพื้นที่ หรือ ต่อจำนวนชิ้นงาน และคูณกับ ราคาต่อหน่วยของสารเคมี/โลหะ

ขั้นตอนการคำนวณดังนี้

1. กำหนดสูตรการชุบ (Plating Solution Formula)

2. คำนวณต้นทุนวัตถุดิบ

3. ประมาณจำนวนชิ้นงานที่ชุบได้

4. คำนวณต้นทุนสารเคมีต่อชิ้นงาน



พลังงานและทรัพยากร

พลังงานและทรัพยากรจากแหล่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า จะมีการใช้พลังงานและทรัพยากรจากหลายแหล่ง เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และได้คุณภาพผิวชุบตามมาตรฐานที่ต้องการ โดยสามารถจำแนกเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

1. พลังงาน (Energy Sources) เช่น 

1.1 พลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าโรงงาน หรือหม้อแปลง

1.2 พลังงานความร้อน (Thermal Energy) ฮีตเตอร์ในถังชุบ เตาอบแห้งหลังชุบ 

1.3 พลังงานกล (Mechanical) พลังงานจากมอเตอร์ ลมอัด ระบบกวน (Agitation) เป็นต้น

2. ทรัพยากรที่ใช้ร่วมในกระบวนการ (Material Resources) เช่น น้ำประปา น้ำ RO/DI สารเคมีหลัก กรด ด่าง เป็นต้น

3. เครื่องจักรและระบบที่ใช้พลังงาน ทรัพยากร เช่น Rectifier Heater Chiller พลังงานที่ใช้คือ ไฟฟ้า Rinse Tank พลังงานที่ใช้ คือ น้ำ เป็นต้น

4. ทรัพยากรสนับสนุน (Supporting Utilities) เช่น ห้องควบคุมสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันฝุ่น ควบคุมอุณหภูมิในการทำงาน หรือ ระบบจัดการของเสียเพื่อแยกของเสียอันตรายจากน้ำยาเก่า / ไอเคมี เป็นต้น

การคำนวณต้นทุนพลังงานต่อรอบการผลิตหรือหน่วยผลิต

การคำนวณต้นทุนพลังงานต่อรอบการผลิตหรือหน่วยผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ช่วยวิเคราะห์ความคุ้มทุนของเครื่องจักร ควบคุมต้นทุนได้อย่างแม่นยำ สามารถกำหนดราคาขายที่เหมาะสม แนวคิดหลักของการคำนวณดังนี้

ต้นทุนพลังงาน = หน่วยพลังงานที่ใช้ (kWh) × อัตราค่าไฟ (บาท/หน่วย)

โดยที่ต้นทุนต่อหน่วยผลิต (บาท/ชิ้น)

ต้นทุนต่อชิ้น = ต้นทุนพลังงานรวม / จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้



การจัดทำแผนงบประมาณต้นทุนการผลิต

การจัดทำแผนงบประมาณต้นทุนการผลิตแยกตามหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายของกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและสารเคมี ติดตามต้นทุนจริงเทียบกับงบประมาณ ใช้สำหรับตั้งราคาขายหรือประเมินกำไร โดยมีขั้นตอนการจัดทำแผนงบประมาณต้นทุนดังต่อไปนี้

1. กำหนดรอบระยะเวลา เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี

2. วิเคราะห์กำลังการผลิตเป้าหมาย เช่น 10,000 ชิ้น/เดือน

3. คำนวณปริมาณวัตถุดิบและสารเคมีที่ต้องใช้ เช่น อ้างอิงจากสูตรน้ำยาและการสูญเสีย

4. ระบุอัตราใช้พลังงานและค่าแรง โดยอ้างอิงจากข้อมูลรอบการผลิต

5. สรุปค่าใช้จ่ายทางอ้อม เช่น ค่าเสื่อม ระบบบำบัด อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การประกันคุณภาพ เป็นต้น

6. รวมยอดเพื่อใช้เป็นแผนงบประมาณ และนำไปวางแผนการจัดซื้อและควบคุมต้นทุน


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

เครื่องมือประเมิน 

1. การสอบข้อเขียน

2. การสอบสัมภาษณ์

3. สาธิตการปฏิบัติงาน

4. แฟ้มสะสมผลงาน

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ