หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

อธิบายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ MAH-RCRU-063A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ อธิบายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 1321 ผู้จัดการด้านการผลิต

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

สามารถกำหนดมาตรการควบคุม การปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง จัดการสารเคมีที่ใช้ในการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานและความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างถูกต้อง


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

อาชีพนักจัดการในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 6


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E3061

กำหนดมาตรการควบคุม การปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

1. ระบุแหล่งกำเนิดของน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิตได้อย่างถูกต้อง

E3061.01 232589
E3061

กำหนดมาตรการควบคุม การปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

2. ควบคุมและจัดการน้ำเสียได้อย่างถูกต้อง

E3061.02 232590
E3061

กำหนดมาตรการควบคุม การปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

3. ควบคุมควบคุมอากาศเสียได้อย่างถูกต้อง

E3061.03 232591
E3061

กำหนดมาตรการควบคุม การปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

4. จัดการของเสียอันตรายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

E3061.04 232592
E3062 จัดการสารเคมีที่ใช้ในการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

1. กำหนดวิธีการจัดเก็บสารเคมีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

E3062.01 232593
E3062 จัดการสารเคมีที่ใช้ในการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

2. กำหนดวิธีการจัดการภาชนะสารเคมีที่ใช้แล้วอย่างถูกต้อง

E3062.02 232594
E3062 จัดการสารเคมีที่ใช้ในการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

3. ระบุขั้นตอนการกำจัดสารเคมีหรือของเสียอันตรายตามกฎหมาย

E3062.03 232595
E3063

เข้าใจข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานและความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างถูกต้อง

1. ระบุหน้าที่ของนายจ้างได้ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัย

E3063.01 232596
E3063

เข้าใจข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานและความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างถูกต้อง

2. ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ได้อย่างถูกต้อง

E3063.02 232597
E3063

เข้าใจข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานและความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างถูกต้อง

3. ระบุบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย

E3063.03 232598

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. ทักษะการควบคุมและจัดการน้ำเสีย

2. ทักษะการควบคุมอากาศเสีย

3. ทักษะการจัดเก็บสารเคมี

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับการระบุแหล่งกำเนิดของน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิต

2. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการควบคุมและจัดการน้ำเสีย

3. ความรู้เกี่ยวกับมาตรการควบคุมอากาศเสีย

4. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดการของเสียอันตรายตามกฎหมาย

5. ความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีตามกฎหมาย

6. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดการภาชนะสารเคมี

7. ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายความปลอดภัย

8. ความรู้เกี่ยวกับการระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) 

9. ความรู้เกี่ยวกับบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ค) คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสำคัญ ตรงตามสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน โดยต้องแสดงถึง

1. ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

2. วิธีการปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน    

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

1. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถระบุแหล่งกำเนิดของน้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิตได้อย่างถูกต้อง

2. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการควบคุมและจัดการน้ำเสียได้อย่างถูกต้อง

3. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายมาตรการควบคุมอากาศเสียได้อย่างถูกต้อง

4. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการจัดการของเสียอันตรายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

5. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายการจัดเก็บสารเคมีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

6. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการจัดการภาชนะสารเคมีที่ใช้แล้วอย่างถูกต้อง

7. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายหน้าที่ของนายจ้างได้ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัย

8. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ได้อย่างถูกต้อง

9. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

1. แหล่งกำเนิดของน้ำในกระบวนชุบโลหะด้วยไฟฟ้า หมายถึง ของเสียจากกระบวนชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ที่เกิดจากแหล่งต่าง ๆ ที่มาจาก 

1.1 แหล่งกำเนิดน้ำเสีย ที่มาจาก น้ำยาชุบที่รั่วซึมและเหลือทิ้ง, น้ำทิ้งจากการล้างชิ้นงาน, ของเหลวเสื่อมสภาพและสารเติมแต่ง

1.2 แหล่งกำเนิดอากาศเสีย ที่มาจาก การระเหยและการปล่อยก๊าซพิษ, ไอระเหยของสารเคมี, การปล่อยก๊าซจากการบำบัดน้ำเสีย

1.3 แหล่งกำเนิดของของเสียอันตราย ที่มาจาก สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการ, เศษชิ้นงานที่เป็นโลหะปนเปื้อน, ของเสียจากอุปกรณ์และเคมีตกค้าง 

2. กฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า หมายถึง กฎหมายและระเบียบหลักที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

2.1 กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน เช่น พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (ความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ) ซึ่งกำหนดแนวทางการจัดเก็บของเคมีอันตรายอย่างปลอดภัย เช่น การแบ่งประเภทสาร การติดป้ายแจ้งเตือน การเก็บในพื้นที่ปลอดภัยและมีอุปกรณ์ป้องกัน

2.2 กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 รวมถึงกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอันตราย การจัดเก็บและขนส่งสารเคมีอันตราย

2.3 ระเบียบควบคุมสารเคมีอันตราย เช่น กฎกระทรวงเกี่ยวกับการควบคุมสารเคมีอันตราย ซึ่งกำหนดให้มีการลงทะเบียน การแจ้งรายละเอียด และจัดเก็บสารอันตรายอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะสารที่เป็นพิษ สารไวไฟ สารกัดกร่อน หรือสารอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

2.4 กฎหมายด้านการขนส่งสารเคมีอันตราย เช่น ข้อกำหนดในการบรรจุภัณฑ์ การติดฉลาก การขนส่งและการรับรองความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลและอุบัติเหตุระหว่างการเคลื่อนย้าย

3. วิธีการจัดการภาชนะสารเคมีในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า หมายถึง ข้อกำหนดด้านการจัดเก็บที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ประกอบด้วย

3.1 จัดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งต้องเป็นพื้นที่แยกต่างหากจากแหล่งความร้อน, พื้นที่เสี่ยงไฟไหม้, ควรมีการระบายอากาศและการระบายน้ำชัดเจน, ควรมีระบบป้องกันการรั่วไหลและซึมผ่าน (เช่น ถังกันรั่วซึม)

3.2 บรรจุภัณฑ์และป้ายเตือน สารเคมีควรบรรจุในภาชนะที่เหมาะสมกับลักษณะและความเป็นพิษ ติดป้ายข้อมูลรายละเอียด เช่น ชื่อสาร, อันตราย, วิธีการจัดเก็บ, วันที่ผลิต/หมดอายุ

3.3 การจัดการและกักเก็บ ควรมีระบบการติดตามและบันทึกการใช้ การเก็บรักษา การจัดเก็บในปริมาณที่ไม่เกินขนาดที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงและอุบัติเหตุ

4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) หมายถึง ข้อกำหนดทั่วไปของ PPE สำหรับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะต้องทำการประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดสำหรับแต่ละขั้นตอนของกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เพื่อระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น การกระเด็นของสารเคมี, การสัมผัสกับกรด/ด่าง, ไฟฟ้าช็อต, การสูดดมไอระเหย, และความเสี่ยงจากการลื่นล้ม การประเมินนี้จะเป็นแนวทางในการเลือก PPE ที่เหมาะสมที่สุด โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ PPE ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าต้องทำจากวัสดุที่ทนทานต่อสารเคมีที่ใช้ เช่น กรด, ด่าง, เกลือโลหะต่างๆ วัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่ ยางธรรมชาติ (Natural Rubber), ยางบิวทิล (Butyl Rubber), นีโอพรีน (Neoprene), ไวนิล (Vinyl) หรือ PVC (Polyvinyl Chloride) ประเภทของ PPE ที่จำเป็น ได้แก่

4.1 อุปกรณ์ป้องกันดวงตาและใบหน้า (Eye and Face Protection) เช่น แว่นตานิรภัย (Safety Glasses) ควรเป็นชนิดมีกระบังด้านข้าง (side shields) เพื่อป้องกันการกระเด็นจากด้านข้างหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shields) ต้องสวมทับแว่นตานิรภัยเสมอ เพื่อการป้องกันที่ครอบคลุมใบหน้าทั้งหมดจากสารเคมีกระเด็นหรือไอระเหย การเลือกวัสดุของหน้ากากควรเป็นชนิดที่ทนต่อสารเคมีและการกระแทก

4.2 ถุงมือป้องกันสารเคมี (Chemical-Resistant Gloves) ต้องเลือกชนิดที่เหมาะสมกับสารเคมีที่ใช้ และมีความหนาที่เพียงพอต่อการป้องกันการซึมผ่านของสารเคมี ควรเป็นถุงมือชนิดยาว (long-cuff gloves) เพื่อป้องกันปลายแขนจากการกระเด็น โดยเป็นวัสดุถุงมือยางธรรมชาติ (Natural Rubber), ถุงมือยางนีโอพรีน (Neoprene), ถุงมือไนไตรล์ (Nitrile) (สำหรับบางสารเคมี) หรือถุงมือ PVC/ไวนิล

4.3 เสื้อผ้าป้องกันสารเคมี (Chemical-Resistant Clothing/Aprons) ได้แก่ ชุดกันเปื้อน (Aprons) ควรเป็นชนิดที่ทนทานต่อสารเคมีและกันน้ำได้ ทำจากวัสดุเช่น PVC หรือยางหนา เพื่อป้องกันเสื้อผ้าปกติและผิวหนังจากการกระเด็นของสารเคมี ชุดป้องกันสารเคมีทั้งตัว (Chemical Suits) ในบางกรณีที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีเข้มข้นหรือมีโอกาสในการกระเด็นสูงมาก อาจจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันสารเคมีทั้งตัวที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

4.4 รองเท้าบูทนิรภัย (Safety Boots) ต้องเป็นชนิดที่ทนทานต่อสารเคมี มีพื้นรองเท้ากันลื่น และหัวเหล็ก (steel toe) เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการตกกระแทกของวัตถุหนักหรือการเหยียบของมีคม และควรเป็นรองเท้าบูทหุ้มข้อหรือสูงขึ้นมาถึงหน้าแข้ง เพื่อป้องกันการกระเด็นของสารเคมี

4.5 อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protection) ในกรณีที่มีการเกิดไอระเหย ก๊าซพิษ หรือละอองลอยที่เป็นอันตรายเกินกว่าค่ามาตรฐาน ต้องมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ ได้แก่ หน้ากากกรองสารเคมี (Respirators with Chemical Cartridges) ควรเลือกชนิดของไส้กรอง (cartridge) ที่เหมาะสมกับประเภทของสารเคมีที่ต้องเผชิญ เช่น ไส้กรองสำหรับกรด, ด่าง, หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย หน้ากากกรองอากาศแบบมีพัดลม (Powered Air-Purifying Respirators - PAPR) ให้การป้องกันที่สูงขึ้นและสวมใส่สบายกว่าในระยะเวลานาน เครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอัดอากาศ (Self-Contained Breathing Apparatus - SCBA) สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือการทำงานในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายสูงมาก หรือออกซิเจนไม่เพียงพอ

4.6 อุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ (Other Protections) เช่น หมวกนิรภัย (Hard Hat) ในกรณีที่มีความเสี่ยงจากการตกของวัตถุจากที่สูง ผ้าเช็ดตัว/ผ้าขนหนู (Towels) สำหรับเช็ดสารเคมีที่อาจกระเด็นโดนผิวหนังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเกิดอันตราย


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

เครื่องมือประเมิน 

1. การสอบข้อเขียน

2. การสอบสัมภาษณ์

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ