หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ปฏิบัติงานตามแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ MAH-AIFY-058A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ปฏิบัติงานตามแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 1321 ผู้จัดการด้านการผลิต

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

สามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง และควบคุมแผนการผลิตกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

อาชีพนักจัดการในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 4

อาชีพนักจัดการในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 5


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E3011

ปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. ตรวจสอบแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E3011.01 232498
E3011

ปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. เตรียมชิ้นงานและน้ำยาชุบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E3011.02 232499
E3012

ควบคุมแผนการผลิตกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

1. ควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E3012.01 232500
E3012

ควบคุมแผนการผลิตกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

2. ควบคุมคุณภาพกระบวนการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E3012.02 232501

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

ทักษะการเตรียมชิ้นงานและน้ำยาชุบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

2. ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมชิ้นงานและน้ำยาชุบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

3. ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

4. ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพกระบวนการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ค) คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสำคัญ ตรงตามสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน โดยต้องแสดงถึง

1. ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

2. วิธีการปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน    

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

1. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการตรวจสอบแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

2. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการเตรียมชิ้นงานและน้ำยาชุบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

3. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

4. ผู้เข้ารับการประเมินสามารถอธิบายวิธีการควบคุมคุณภาพกระบวนการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

1. วิธีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

การปฏิบัติงานจะอ้างอิงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 1456, ISO 4527, ASTM B571 และมาตรฐานของแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:

1.1 การเตรียมพื้นผิวชิ้นงาน (Surface Preparation): เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก โดยเริ่มจากการล้างไขมัน การขจัดสนิม หรือการกัดกรด เพื่อให้ผิวโลหะสะอาดและพร้อมสำหรับการชุบ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้วิธีต่าง ๆ เช่น การล้างด้วยสารเคมี การล้างด้วยไฟฟ้า (Electro-cleaning) หรือการพ่นทราย (Sand blasting) ทั้งนี้ต้องควบคุมระยะเวลาและความเข้มข้นของสารเคมีตามที่ระบุในคู่มือมาตรฐาน

1.2 การควบคุมสารละลายชุบ (Plating Bath Control): ต้องตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมี เช่น ความเข้มข้นของโลหะ ธาตุเติม ค่า pH อุณหภูมิ และสารเติมแต่งให้คงที่ โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำยาชุบอย่างสม่ำเสมอและวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมจดบันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์มควบคุมคุณภาพ

1.3 การควบคุมกระบวนการชุบ: ต้องกำหนดกระแสไฟฟ้า (Current Density), เวลาในการชุบ, อุณหภูมิของบ่อชุบ และตำแหน่งการแขวนชิ้นงานให้ถูกต้อง การปฏิบัติงานจะอ้างอิง Work Instruction หรือ SOP ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิต

1.4 การตรวจสอบคุณภาพหลังการชุบ: ทำการตรวจสอบความหนาชั้นเคลือบ การยึดเกาะ ความเงา สี และองค์ประกอบของชั้นเคลือบโดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เช่น XRF, Optical Microscope, หรือ SEM เพื่อเปรียบเทียบกับข้อกำหนดของลูกค้าหรือมาตรฐานอุตสาหกรรม

2. วิธีการควบคุมแผนการผลิตในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า

2.1 การจัดทำแผนการผลิต (Production Planning): เริ่มจากการวิเคราะห์ใบสั่งงาน (Work Order) เพื่อกำหนดปริมาณงาน ระยะเวลา และลำดับความสำคัญของแต่ละรายการชุบ พร้อมจัดตารางการใช้เครื่องจักร (Machine Scheduling) และกำลังคนให้เหมาะสม

2.2 การควบคุมวัตถุดิบและสารเคมี: ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพของน้ำยาชุบ โลหะที่ใช้เป็นขั้วบวก และสารประกอบอื่น ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงักของสายการผลิต

2.3 การตรวจติดตามสถานะการผลิต (Production Monitoring): มีการบันทึกข้อมูลระหว่างการผลิต เช่น เวลาเริ่ม/สิ้นสุดการชุบ อุณหภูมิสารละลาย ค่ากระแสไฟฟ้า และเหตุขัดข้อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการ (OEE: Overall Equipment Effectiveness)

2.4 การจัดการคุณภาพ (Quality Control): มีการสุ่มตรวจชิ้นงานระหว่างการผลิต และการควบคุมด้วยแผนการควบคุมคุณภาพ (Quality Control Plan) เช่น การใช้ Control Chart ในการเฝ้าระวังค่าที่อาจเบี่ยงเบนจากมาตรฐาน

2.5 การวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการ: หากพบปัญหา เช่น การยึดเกาะไม่ดี หรือความหนาไม่ตรงตามเป้าหมาย จะมีการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เช่น Why-Why Analysis, Fishbone Diagram หรือ PDCA Cycle เพื่อหาสาเหตุและแนวทางปรับปรุงกระบวนการ


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

เครื่องมือประเมิน 

1. การสอบข้อเขียน

2. การสอบสัมภาษณ์

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ