หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ประเมินผลการทดสอบสมบัติของชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ MAH-BLAV-057A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ประเมินผลการทดสอบสมบัติของชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 8122 ผู้ควบคุมเครื่องจักรตกแต่ง ชุบ และเคลือบผิวโลหะ

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

สามารถเปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิงและวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนของผลการทดสอบ และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้อย่างถูกต้อง


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

อาชีพนักตรวจสอบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 5


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E2051

เปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิงได้อย่างถูกต้อง

1. เปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิงได้อย่างถูกต้อง

E2051.01 232492
E2051

เปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิงได้อย่างถูกต้อง

2. วิเคราะห์ความเบี่ยงเบนของผลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

E2051.02 232493
E2051

เปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิงได้อย่างถูกต้อง

3. บอกแนวทางแก้ไขหรือสอบทานกระบวนการกรณีพบค่าผิดปกติได้อย่างถูกต้อง

E2051.03 232494
E2052

วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนของผลการทดสอบ และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้อย่างถูกต้อง

1. รวบรวมผลการทดสอบที่มีค่าคลาดเคลื่อนจากข้อกำหนดได้ครบถ้วน

E2052.01 232495
E2052

วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนของผลการทดสอบ และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้อย่างถูกต้อง

2. วิเคราะห์และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ของความคลาดเคลื่อนได้อย่างถูกต้อง

E2052.02 232496
E2052

วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนของผลการทดสอบ และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้อย่างถูกต้อง

3. อธิบายความสัมพันธ์ของความคลาดเคลื่อนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยกระบวนการ/เครื่องจักร/วัตถุดิบได้อย่างถูกต้อง

E2052.03 232497

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. ทักษะการวิเคราะห์ความเบี่ยงเบนของผลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

2. ทักษะวิเคราะห์และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ของความคลาดเคลื่อนได้อย่างถูกต้อง

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับการเปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดในใบสั่งงานหรือมาตรฐานที่อ้างอิง

2. ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเบี่ยงเบนของผลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

3. ความรู้เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขหรือสอบทานกระบวนการกรณีพบค่าผิดปกติ

4. ความรู้เกี่ยวกับการรวบรวมผลการทดสอบที่มีค่าคลาดเคลื่อนจากข้อกำหนด

5. ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ของความคลาดเคลื่อน

6. ความรู้เกี่ยวกับการความสัมพันธ์ของความคลาดเคลื่อนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยกระบวนการ/เครื่องจักร/วัตถุดิบ


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ค) คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสำคัญ ตรงตามสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน โดยต้องแสดงถึง

1. ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

2. วิธีการปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน    

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

N/A



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

การประเมินผลการทดสอบสมบัติของชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า (Electroplating) เป็นกระบวนการสำคัญในการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าชิ้นงานที่ผ่านการชุบมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือความต้องการของลูกค้า โดยอาศัยการตรวจสอบเชิงกายภาพ เคมี และโครงสร้างผิวของชิ้นงาน โดยทั่วไปสามารถดำเนินการประเมินผลได้ตามขั้นตอนหลักต่อไปนี้

1. การทบทวนใบสั่งงานหรือข้อกำหนดทางเทคนิค ซึ่งระบุรายละเอียดที่สำคัญ เช่น ชนิดของโลหะเคลือบ (เช่น นิกเกิล, สังกะสี, โครเมียม), ความหนาของชั้นเคลือบ, คุณลักษณะผิว, ความแข็ง หรือความต้านทานการกัดกร่อน เป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเกณฑ์ในการประเมินว่างานชุบที่ดำเนินการแล้วผ่านตามเป้าหมายหรือไม่

2. การทดสอบและตรวจสอบชิ้นงาน โดยใช้อุปกรณ์และวิธีการที่เหมาะสม เช่น:

2.1 การวัดความหนาชั้นเคลือบ ด้วยวิธี X-ray fluorescence (XRF) หรือเครื่องวัดความหนาแบบแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อเปรียบเทียบกับค่าที่ระบุไว้ในใบสั่งงาน

2.2 การตรวจสอบผิวทางสายตา โดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบแสง (Optical Microscope) เพื่อประเมินลักษณะของผิว ความสม่ำเสมอ การยึดเกาะ หรือรอยตำหนิที่อาจเกิดขึ้น เช่น รอยแตก ฟองอากาศ หรือคราบโลหะตกค้าง

2.3 การทดสอบองค์ประกอบทางเคมีของชั้นเคลือบ ด้วย XRF หรือ SEM-EDS เพื่อยืนยันว่าชั้นเคลือบเป็นโลหะที่ถูกต้องและไม่มีการปนเปื้อน

2.4 การทดสอบสมบัติเชิงกล เช่น ความแข็งด้วยเครื่องทดสอบไมโครฮาร์ดเนส หรือการทดสอบการยึดเกาะของชั้นเคลือบ (adhesion test) เพื่อให้มั่นใจว่าชั้นชุบมีความทนทานและเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

3. การเปรียบเทียบผลการทดสอบกับข้อกำหนดมาตรฐานหรือใบสั่งงาน หากผลการตรวจสอบเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ความหนาอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ ผิวเรียบ ไม่มีตำหนิ และมีองค์ประกอบถูกต้อง ชิ้นงานนั้นจะถือว่าผ่านการประเมินคุณภาพและสามารถส่งมอบให้ลูกค้าหรือเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นต่อไปได้ แต่หากไม่ผ่าน จะต้องมีการวิเคราะห์สาเหตุของความคลาดเคลื่อน และดำเนินการแก้ไขปรับปรุง เช่น การล้างผิว การชุบใหม่ หรือการแยกชิ้นงานเสียออกจากสายการผลิต


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

เครื่องมือประเมิน 

1. การสอบข้อเขียน

2. การสอบสัมภาษณ์

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ