หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ตรวจสอบสมบัติของชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ MAH-YCWO-055A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ตรวจสอบสมบัติของชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 8122 ผู้ควบคุมเครื่องจักรตกแต่ง ชุบ และเคลือบผิวโลหะ

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

สามารถตรวจสอบความแข็งของผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน และตรวจสอบความเรียบผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลและโลหะการ


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

อาชีพนักตรวจสอบในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ระดับ 4


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
E2031

ตรวจสอบความแข็งของผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

1. เตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการตรวจสอบความแข็งชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2031.01 232477
E2031

ตรวจสอบความแข็งของผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

2. ตรวจสอบความแข็งชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2031.02 232478
E2031

ตรวจสอบความแข็งของผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

3. บันทึกผลการตรวจสอบความแข็งชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2031.03 232479
E2032

ตรวจสอบความเรียบผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

1. เตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2032.01 232480
E2032

ตรวจสอบความเรียบผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

2. ตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2032.02 232481
E2032

ตรวจสอบความเรียบผิวชุบได้ตามข้อกำหนด/ใบสั่งงาน/มาตรฐาน

3. บันทึกผลการตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

E2032.03 232482

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. ทักษะการเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการตรวจสอบความแข็งชิ้นงาน

2. ทักษะการเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการวัดความเรียบผิวชิ้นงาน

3. ทักษะการตรวจสอบความแข็งชิ้นงาน

4. ทักษะการตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงาน

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการตรวจสอบความแข็งชิ้น

2. ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงาน สำหรับการตรวจสอบความแข็งชิ้น

3. ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบความแข็ง

4. ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงาน

5. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการบันทึกผลการตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงาน


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1. เอกสารรับรองการฝึกอบรม

2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 

3. เอกสารรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ 

4. เอกสารรับรองผลงานจากผู้ประกอบการ 

5. เอกสารรับรองอื่นๆ ที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 



(ค) คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสำคัญ ตรงตามสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน โดยต้องแสดงถึง

1. ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

2. วิธีการปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน    

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

N/A



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

1. การเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงานสำหรับการทดสอบความแข็ง ได้แก่ 

1.1 เครื่องทดสอบความแข็ง Vickers หรือ Knoop หรือ Rockwell Hardness Tester ได้แก่ ตรวจสอบการสอบเทียบ (Calibration) ให้ได้ค่ามาตรฐาน ตรวจสอบหัวกด (Indenter) ว่าไม่มีการสึกหรอหรือเสียหาย

1.2 แท่นจับชิ้นงาน ต้องมั่นคงและสามารถปรับตำแหน่งได้ช่วยให้การทดสอบตรงจุดที่ต้องการ

1.3 การเตรียมชิ้นงาน ได้แก่ 

ก) การตัด (ถ้าจำเป็น) ตัดชิ้นงานให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกับเครื่อง สำหรับการทดสอบแบบ cross-section อาจต้องตัดชิ้นงานตามขวาง

ข) การขึ้นเรือน (Mounting) ใช้สำหรับชิ้นงานชิ้นเล็ก หรือการทดสอบแบบขวางช่วยจับยึดชิ้นงานให้อยู่กับที่ระหว่างขัดและทดสอบ

ค) การขัดผิว (Grinding & Polishing) ขัดให้ผิวเรียบ สะอาด และไม่มีรอย เพื่อให้รอยกดคมชัด เริ่มจากกระดาษทรายหยาบไปหาละเอียด แล้วจึงขัดด้วยผ้าพร้อมสารขัดเงา

ง) การทำความสะอาด ล้างคราบน้ำมัน ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกออกจากผิวด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาเฉพาะ ใช้ลมเป่าให้แห้งก่อนทดสอบ

2. การทดสอบค่าความแข็งของชิ้นงานชิ้นงานหลังการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า หมายถึง การทดสอบความแข็งของชิ้นงานโดยใช้วิธีการที่เหมาะสมกับความหนาและลักษณะของชั้นชุบ ได้แก่ การทดสอบ Vickers Microhardness Test (HV) Knoop Hardness Test Rockwell Superficial Hardness Nanoindentation Cross-sectional Hardness Test

3. การเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงานสำหรับการตรวจสอบความเรียบผิว หมายถึง การจัดเตรียมเครื่องมือวัดและชิ้นงานให้อยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการตรวจสอบคุณภาพของผิวเคลือบ โดยเฉพาะ ค่าความขรุขระของผิว (Ra, Rz) ที่ส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานจริง เช่น การสึกหรอ การยึดติด หรือความเงางาม เป็นต้น การเตรียมอุปกรณ์และชิ้นงานสำหรับการตรวจสอบความเรียบผิว มีรายละเอียดดังนี้

3.1 การเตรียมอุปกรณ์

ก) เครื่องวัดความเรียบผิว (Surface Roughness Tester) เครื่องมือหลักในการตรวจสอบผิวชิ้นงาน มีหลายประเภท เช่น

- Contact Type: ใช้หัว stylus (หัวสัมผัส) เคลื่อนที่ไปบนผิวเพื่อวัดค่า

- Non-contact Type: ใช้แสงเลเซอร์หรือกล้องไมโครสโคป เช่น Optical Profiler (เหมาะกับผิวบอบบาง

ตรวจสอบก่อนใช้ ได้แก่ การสอบเทียบ (Calibrate) เครื่องก่อนใช้งานตามมาตรฐาน เช่น ISO 4287, JIS B0601 ตรวจสอบหัว stylus ว่าอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยสึก

ข) ตัวจับยึดชิ้นงาน (Fixture / Stand) ช่วยยึดชิ้นงานให้นิ่งระหว่างการวัด ปรับระดับให้หัววัดสัมผัสผิวชิ้นงานอย่างถูกต้อง

3.2 การเตรียมชิ้นงาน มีขั้นตอนดังนี้

ก) ทำความสะอาดผิวชิ้นงาน ล้างคราบน้ำมัน จาระบี หรือฝุ่นออกจากผิวใช้ แอลกอฮอล์ IPA (Isopropyl Alcohol) หรือ ตัวทำละลายเฉพาะใช้ลมเป่าให้แห้ง (ไม่ใช้ผ้าเช็ดผิวที่วัด)

ข) ตรวจสอบความเรียบและตำแหน่งของพื้นที่ตรวจสอบ เลือกบริเวณที่ไม่มีตำหนิ รอยกระแทก หรือรูพรุน หลีกเลี่ยงขอบ, รอยตัด หรือพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอ

ค) จัดวางชิ้นงานให้มั่นคง วางบนแท่นที่มั่นคง ไม่ให้ชิ้นงานเคลื่อนระหว่างวัด พื้นผิววัดต้องอยู่ในระนาบเดียวกับทิศทางของหัว stylus

3.3 การตรวจสอบความเรียบผิวชิ้นงาน หมายถึง กระบวนการวัดหรือประเมินระดับความเรียบหรือความขรุขระของพื้นผิวชิ้นงาน หลังผ่านกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เพื่อดูว่าผิวของโลหะที่เคลือบนั้นมีคุณภาพตามที่ต้องการหรือไม่ เช่น มีความเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีรอยขรุขระเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานของชิ้นงาน

4. วิธีการวัดความเรียบผิว (Surface Roughness) การตรวจสอบความเรียบผิวจะใช้เครื่องมือเฉพาะที่สามารถวัดค่าความขรุขระบนผิวชิ้นงานได้

4.1 ค่าที่นิยมใช้:

ก) Ra (Roughness Average): ค่าความขรุขระเฉลี่ยของผิว (นิยมมากที่สุด)

ข) Rz: ค่าความลึกของร่องผิวเฉลี่ยจากยอดถึงร่อง

ค) อื่นๆ เช่น Rq, Rt, Rmax ตามมาตรฐาน (ISO 4287, JIS B0601)

4.2 เครื่องมือที่ใช้:

ก) Surface Roughness Tester (แบบสัมผัส – Contact stylus)

ข) เครื่องวัดแบบไม่สัมผัส (Non-contact) เช่น Optical Profiler, Laser Scanning Microscope (สำหรับผิวละเอียดมาก)

ค) กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ใช้ดูลักษณะผิวร่วมด้วย


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

เครื่องมือประเมิน 

1. การสอบข้อเขียน

2. การสอบสัมภาษณ์

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ