หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการพื้นฐานและโภชนาการประยุกต์

สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ HLT-MXNO-845A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการพื้นฐานและโภชนาการประยุกต์

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

นักโภชนาการ (Nutritionist)

ISCO 2265 ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพและนักโภชนาการ

 



6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

เป็นผู้มีความรู้และทักษะในการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการพื้นฐานและโภชนาการประยุกต์ ได้แก่ การให้ข้อมูลความต้องการพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

และลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายเพื่อการป้องกันโรค


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

นักโภชนาการ (Nutritionist)


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)
N/A

10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)
N/A

11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
0410101

ให้ข้อมูลความต้องการสารอาหารในแต่ละช่วงวัย

1. ระบุช่วงวัยและลักษณะเฉพาะของกลุ่ม
เป้าหมายได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

0410101.01 232219
0410101

ให้ข้อมูลความต้องการสารอาหารในแต่ละช่วงวัย

2. ระบุความต้องการพลังงานและสารอาหารของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

0410101.02 232220
0410102

ให้ข้อมูลความสัมพันธ์ของโภชนาการต่อการป้องกันโรค

1. อธิบายกลไกหรือผลของโภชนาการที่มีต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

0410102.01 232221
0410102

ให้ข้อมูลความสัมพันธ์ของโภชนาการต่อการป้องกันโรค

2. อธิบายบทบาทของโภชนาการในการป้องกันภาวะทุพโภชนาการได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

0410102.02 232222

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A

13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1) ทักษะการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลทางโภชนาการ  

2) ทักษะการใช้หลักโภชนาการพื้นฐานสำหรับวิเคราะห์ความเหมาะสมของพฤติกรรมการบริโภค

3) ทักษะการอธิบายความแตกต่างระหว่างโภชนาการพื้นฐานกับโภชนาการประยุกต์ ในเชิงวิชาการและในบริบทของชีวิตประจำวัน 

4) ทักษะการสื่อสารข้อมูลโภชนาการ 

5) ทักษะการเลือกวิธีการให้คำแนะนำหรือสื่อสาร

6) ทักษะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

 

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1) ความรู้เกี่ยวกับหลักการของโภชนาการพื้นฐาน                                                    

    - ความหมายของสารอาหารหลักและบทบาทของสารอาหารแต่ละชนิดในร่างกาย

    - แนวทางการบริโภคอาหาร

    - ความต้องการพลังงานและสารอาหารของร่างกายตามข้อแนะนำธงโภชนาการ                                                                         

2) ความรู้การประยุกต์ใช้ความรู้โภชนาการในบริบทของแต่ละกลุ่มประชากร

    - การประยุกต์ใช้ความรู้โภชนาการในบริบทของแต่ละกลุ่มประชากร

    - แนวทางปรับพฤติกรรมการบริโภคให้สอดคล้องกับสุขภาพและวิถีชีวิต

    - โภชนาการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม อาชีพ และสิ่งแวดล้อม                                 

3) ความรู้ด้านสุขภาพและสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

    - แนวโน้มปัญหาทางโภชนาการในชุมชน

    - ความสัมพันธ์ระหว่างโภชนาการ กิจกรรมทางกาย สุขภาพจิต และโรคที่เกิดการการบริโภคอาหาร

    - บทบาทของโภชนาการในระบบสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพ

 


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

          หลักฐานที่ต้องการจะกําหนดข้อแนะนําเกี่ยวกับการประเมินและควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance criteria) และความรู้ที่ต้องการ (Required skills and knowledge)

        (ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

1) เอกสารรับรองการปฏิบัติงานหรือประวัติการทํางาน

        (ข) หลักฐานความรู้(Knowledge Evidence)

1) ผลทดสอบความรู้จากการสอบอัตนัย

2) ผลการสัมภาษณ์ (วิเคราะห์กรณีศึกษา)

        (ค) คําแนะนําในการประเมิน

ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการประเมินที่ครอบคลุมในทุกขอบเขตความรู้และทักษะที่กําหนดในทุกสมรรถนะย่อย

        (ง) วิธีการประเมิน

ผู้ประเมินดําเนินการประเมินความรู้ผู้เข้ารับการประเมินโดยใช้แบบทดสอบข้อเขียนแบบอัตนัย โดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐาน

ด้านความรู้

 


15. ขอบเขต (Range Statement)

            ให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการพื้นฐานและโภชนาการประยุกต์ได้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยระบุความต้องการพลังงานและสารอาหารได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายเพื่อการป้องกันโรคได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

          (ก) คำแนะนำ 

               ผู้เข้ารับการประเมินต้องสามารถ

    1) แยกแยะและอธิบายช่วงวัยของบุคคล (เช่น วัยทารก เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ) และลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวข้อง เช่น ความต้องการสารอาหาร พฤติกรรมการบริโภค ปัญหาทางโภชนาการที่พบบ่อย รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

    2) ระบุค่าพลังงานที่จำเป็นต่อวันตามช่วงวัย เพศ น้ำหนัก กิจกรรม และสภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งอธิบายสัดส่วนและปริมาณสารอาหารหลักที่เหมาะสมตามแนวทางโภชนาการของประเทศหรือองค์กรสาธารณสุข เช่น ธงโภชนาการ ได้อย่างถูกต้อง

    3) อธิบายบทบาทของสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบกล้ามเนื้อ รวมถึงผลกระทบของภาวะขาดหรือเกินสารอาหารแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้องตามหลักชีวเคมีและสรีรวิทยา

    4) เชื่อมโยงความรู้ทางโภชนาการกับการป้องกันภาวะทุพโภชนาการ โดยอธิบายกลไกของอาหารและสารอาหารต่อความเสี่ยงของภาวะทุพโภชนาการ รวมถึงแนวทางการปรับพฤติกรรมการบริโภคเพื่อป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวะทุพโภชนาการได้อย่างถูกต้อง 

    โดยหน่วยสมรรถนะนี้ไม่รวมถึงการให้คำแนะนำด้านโภชนบำบัดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดูแลทางโภชนาการสำหรับผู้ป่วย

          (ข) คำอธิบายรายละเอียด

    1) โภชนาการพื้นฐาน หมายถึง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารอาหารที่ร่างกายต้องการ การทำงานของสารอาหารในร่างกาย ปริมาณที่ควรบริโภคในแต่ละวัน และความสำคัญของการบริโภคอาหารให้หลากหลายและสมดุล เพื่อส่งเสริมสุขภาพและการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

    2) โภชนาการประยุกต์ หมายถึง การนำความรู้ด้านโภชนาการพื้นฐานมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยคำนึงถึงช่วงวัย สภาพร่างกาย ภาวะสุขภาพ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความต้องการพิเศษ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค 

    3) ภาวะทุพโภชนาการ หมายถึง สภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากการบริโภคอาหารน้อยเกินไป หรือการได้รับสารอาหารบางชนิดไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ร่างกายเจริญเติบโตและทำงานได้ไม่เป็นปกติ โดยภาวะทุพโภชนาการแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ภาวะขาดสารอาหาร (Undernutrition) และภาวะโภชนาการเกิน (Overnutrition)

    4) หลักโภชนาการ หมายถึง แนวทางหรือหลักการพื้นฐานในการบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และสนับสนุนการเจริญเติบโตและการทำงานของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

    5) หลักวิชาการ หมายถึง ข้อเท็จจริง ความรู้ หรือแนวทางที่ได้มาจากกระบวนการศึกษา ทดลอง วิจัย และสรุปผลอย่างเป็นระบบตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถพิสูจน์หรืออ้างอิงได้ และได้รับการยอมรับในวงวิชาการหรือวงวิชาชีพ

    6) โภชนบำบัด (Medical Nutrition Therapy: MNT) หมายถึง การใช้หลักโภชนาการอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน เพื่อป้องกัน รักษา หรือชะลอการดำเนินของโรค โดยมีการประเมินภาวะโภชนาการ วางแผนการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดำเนินการโดยนักกำหนดอาหารหรือบุคลากรที่มีความรู้ทางโภชนาการเฉพาะด้าน    


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)
N/A

17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

18.1 เครื่องมือประเมิน (ให้ข้อมูลความต้องการสารอาหารในแต่ละช่วงวัย)

        1) แบบทดสอบข้อเขียน (อัตนัย)

18.2 เครื่องมือประเมิน (ให้ข้อมูลความสัมพันธ์ของโภชนาการต่อการป้องกันโรค)

        1) แบบทดสอบข้อเขียน (อัตนัย)

           ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



 



ยินดีต้อนรับ