หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

อธิบายการทดสอบและรายงานผล

สาขาวิชาชีพไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ EET-NDWU-081B

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ อธิบายการทดสอบและรายงานผล

3. ทบทวนครั้งที่ / 2568

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)
N/A
1 8212 ผู้ประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

เป็นผู้ที่สามารถอธิบายการทดสอบอย่างถูกต้องแม่นยำของผลิตภัณฑ์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของลูกค้า ข้อกำหนดในมาตรฐานสากล หรือมาตรฐานที่ยอมรับได้ และสามารถอธิบายคุณภาพโดยใช้ค่าเฉลี่ยและความแปรผันได้ 


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

N/A


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
OP321

อธิบายการทดสอบอย่างถูกต้องแม่นยำ

1) อธิบายความเข้าใจการทดสอบของผลิตภัณฑ์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของลูกค้า

OP321.01 229434
OP321

อธิบายการทดสอบอย่างถูกต้องแม่นยำ

2) อธิบายความเข้าใจการทดสอบของผลิตภัณฑ์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดในมาตรฐานสากล

OP321.02 229435
OP322

อธิบายคุณภาพโดยใช้ค่าเฉลี่ยและความแปรผัน

1) ระบุการใช้ค่าเฉลี่ยทางสถิติในงานคุณภาพ

OP322.01 229436
OP322

อธิบายคุณภาพโดยใช้ค่าเฉลี่ยและความแปรผัน

2) อธิบายความผันแปรทางสถิติกับงานคุณภาพ

OP322.02 229437

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. สามารถตีความจากคำแนะนำการทำงานของผู้บังคับบัญชาได้ 

2. สามารถตีความ กำหนด และอธิบายขั้นตอนการทำงานได้

3. สามารถสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ได้

4. สามารถเขียนรายงานผลได้

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามแนวทางการปฏิบัติงาน เช่น SOP (Standard Operating Procedure), และ WI (Work Instructions) เป็นต้น 

2. ความรู้เกี่ยวกับแผนงาน หรือแผนกระบวนการผลิต

3. มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบคุณภาพ ต้นทุน และการส่งมอบ


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน ( Performance Evidence )

มีหลักฐานการผ่านงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และการประกอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ หนังสือรับรองการทำงาน หรือใบรับรองการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการ หรือหน่วยงานต้นสังกัด



(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

ใบประกาศนียบัตร หรือบันทึกการผ่านการอบรม สัมมนาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เช่น ความปลอดภัยในการทำงาน และการใช้งานอุปกรณ์ความปลอดภัย เป็นต้น  



(ค)    คำแนะนำในการประเมิน

หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงสมรรถนะในส่วนนี้ ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกำหนดของสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงานในหน่วยสมรรถนะนี้ โดยต้องแสดงถึง

- ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการการสัมภาษณ์เชิงเทคนิค

- มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง



(ง) วิธีการประเมิน

พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐานด้านปฏิบัติงาน และหลักฐานด้านความรู้ 

 


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ 

N/A



(ข) คำอธิบายรายละเอียด

1. การทดสอบไฟฟ้าและการควบคุมคุณภาพ (E-Test & Quality Control) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) โดยการตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องของแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นที่ผลิตมีประสิทธิภาพการทำงานตามที่ออกแบบไว้ และไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ในภายหลัง โดยมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้

- Electrical Testing (E-Test) เป็นการตรวจสอบทางไฟฟ้าเพื่อตรวจหาข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิต เช่น วงจรขาด (Open Circuit) หรือวงจรลัด (Short Circuit) โดยจะใช้เครื่องมืออัตโนมัติที่มีหัววัดไฟฟ้าแตะลงบนตำแหน่ง Pad ต่าง ๆ ตามข้อมูลในไฟล์ทดสอบ ซึ่งมักสร้างจากไฟล์ Gerber เพื่อเปรียบเทียบกับวงจรต้นแบบ หากพบความคลาดเคลื่อนจะทำการแยกบอร์ดที่ผิดออกจากกระบวนการผลิตทันที

- การตรวจสอบทำด้วยสายตา (VI, VMI) และการใช้ระบบอัตโนมัติ เช่น AOI (Automated Optical Inspection) ซึ่งเป็นเครื่องกล้องความละเอียดสูง ตรวจจับข้อบกพร่องที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น รอยขีดข่วน ทองแดงหลุด ลายวงจรขาด หรือการเคลือบชั้นกันบัดกรี (Solder Mask) gเมื่อเคลือบผิดพลาด AOI ยังสามารถเปรียบเทียบภาพแผ่นจริงกับแบบต้นฉบับได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การตรวจสอบมีความแม่นยำสูงและรวดเร็ว

- ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ (Standard Compliance) แผ่นวงจรต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพอุตสาหกรรม เช่น IPC-6012 (สำหรับแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในงานทั่วไป) หรือมาตรฐานระดับสูงกว่าสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น การแพทย์ อากาศยาน หรือยานยนต์ ซึ่งมีข้อกำหนดที่เข้มงวดในด้านความคงทน ความแม่นยำ และความเสถียรของสัญญาณไฟฟ้า



การตรวจสอบคุณภาพเป็นขั้นสุดท้ายที่คัดกรองแผ่นวงจรที่มีปัญหาออกไป ช่วยลดต้นทุนจากการเคลมสินค้า และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ปลายทางว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยในการใช้งาน โดยปกติแล้วการทดสอบทางไฟฟ้าขั้นสูงเรียกว่า การทดสอบด้วยโพรบบิน (Flying Probe) ซึ่งขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้ายหัววัด เพื่อทดสอบประสิทธิภาพทางไฟฟ้าของแต่ละตาข่ายบนแผงวงจรเปล่า 



2. การตรวจสอบขั้นสุดท้ายในการการควบคุมคุณภาพแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ผู้ตรวจสอบควรตรวจสอบแต่ละแผ่นอย่างรอบคอบ ภาพการตรวจสอบเทียบกับเกณฑ์การยอมรับ ด้วยการใช้การตรวจสอบภาพด้วยตนเอง และ AVI ( Audio Video Interleave) จะเปรียบเทียบแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) กับไฟล์ Gerber และมีความเร็วในการตรวจสอบที่เร็วกว่าสายตามนุษย์ แต่ก็ยังต้องมีการตรวจสอบโดยมนุษย์ ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมดรวมถึงมิติความสามารถในการบัดกรี เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ตรงตามมาตรฐานของลูกค้าและก่อนที่จะบรรจุ 



3. การรายงานผลทดสอบ ซึ่งต้องระบุการใช้ค่าเฉลี่ยทางสถิติขั้นต้น อาทิ การแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ หรืออธิบายความผันแปรทางสถิติของการทดสอบ เช่น แจงผลเป็นผังพาเรโต (Pareto diagram) ผังการกระจาย (Scatter diagram) ฮิสโตแกรม (Histogram) แผนภูมิควบคุม (Control chart) เป็นต้น


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

18.1 การสอบข้อเขียน ได้แก่ แบบทดสอบปรนัย 4 ตัวเลือก

18.2 การสัมภาษณ์เชิงเทคนิค

ดูรายละเอียดจากคู่มือประเมิน



ยินดีต้อนรับ