หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

การจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน

สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ ARC-OPDE-257A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ การจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2566

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

อาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านระบบการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน


1 6112 ผู้ปฏิบัติงานด้านการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

หน่วยสมรรถนะนี้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจ หลักสังคม และหลักสิ่งแวดล้อมในการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน รวมถึงตัวชี้วัดหลักเศรษฐกิจ หลักสังคม และหลักสิ่งแวดล้อมในการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน และมีทักษะได้แก่ สามารถระบุลักษณะตัวชี้วัดหลักเศรษฐกิจ หลักสังคม และหลักสิ่งแวดล้อมในการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืนได้ชัดเจน และสามารถประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆได้


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

กลุ่มเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพารา


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

ISCO 6112 ผู้ปฏิบัติงานด้านการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

N/A


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
B211

หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

1. อธิบายหลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B211.01 196380
B211

หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

2. อธิบายตัวชี้วัดหลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง

B211.02 196381
B211

หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

3. ระบุลักษณะตัวชี้วัดหลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง

B211.03 196382
B211

หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

4. อธิบายการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B211.04 196383
B212

หลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

1. อธิบายหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B212.01 196384
B212

หลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

2. อธิบายตัวชี้วัดหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง

B212.02 196385
B212

หลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

3. ระบุลักษณะตัวชี้วัดหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B212.03 196386
B213

หลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

1. อธิบายหลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B213.01 196389
B213

หลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

2. อธิบายตัวชี้วัดหลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง

B213.02 196390
B213

หลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

3. ระบุลักษณะตัวชี้วัดหลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้

B213.03 196391

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

1) การวิเคราะห์ต้นทุน

2) หลักการทำบัญชี

3) หลักการวางแผน


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1) มีทักษะในการคิดวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ การทดสอบ และการสรุปผลในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

2) มีทักษะในการสังเกตเบื้องต้น แยกความแตกต่าง ประยุกต์ ตัดสินใจ และประเมินแนวทางการปฏิบัติงานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในการการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน 

3) มีทักษะในการสื่อสาร อธิบาย และทำความเข้าใจร่วมกับผู้ร่วมงานหรือผู้รับปฏิบัติตามแผนงานหรือแผนปฏิบัติการให้เข้าใจและปฏิบัติงานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง

4) มีทักษะในการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นที่ทำงานหรือต้องรับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1) มีความรู้ในหลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

2) มีความรู้ในหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

3) มีความรู้ในหลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

หลักฐานที่ต้องการจะกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมิน และควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) ทักษะและความรู้ที่ต้องการ



(ก)  หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

     1)  หลักฐาน/หนังสือรับรองการทำงาน หรือการผ่านงานที่ออกโดยหน่วยงานที่เชื่อถือได้

     2)  ใบผ่านการฝึกอบรม หรือ ใบรับรองประสบการณ์การทำงาน (ถ้ามี)

(ข)  หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

     1)  หลักฐานคุณวุฒิการศึกษา

     2)  หลักฐานการผ่านการอบรม หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ

     3)  ผลการสอบข้อเขียน

     4)  ผลการทดสอบสัมภาษณ์/ปฏิบัติ

(ค)  คำแนะนำในการประเมิน

     1) การประเมินเป็นการใช้แบบสอบข้อเขียน และการสัมภาษณ์เชิงเทคนิคหรือประเมินจากการปฏิบัติงานจริงประกอบกัน โดยต้องผ่านในทุกวิธีการประเมิน

     2) ผู้เข้ารับการประเมินแสดงความจำนงในการขอรับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาอาชีพ และระดับชั้น ที่ประสงค์จะขอรับการประเมิน

     3) ผู้รับการประเมินจะต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับการทดสอบสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ระบุข้อมูลประวัติของผู้รับการประเมิน และยื่นเอกสารประกอบการยื่นขอรับการทดสอบสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพผ่านช่องทางที่กำหนด

(ง) วิธีการประเมิน

     1) การสอบข้อเขียน

     2) การสอบสัมภาษณ์

     3) การสอบปฏิบัติ


15. ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คำแนะนำ

ขอบเขต (Range Statement) อธิบายถึงการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยสมรรถนะนี้ระบุองค์ประกอบ ในการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทั่วไปให้มีความเหมาะสม โดยต้องดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน แผนการดำเนินงาน และนโยบายของเจ้าของสวนยางและผู้ประกอบการการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

(ข) คำอธิบายรายละเอียด

หลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดหลักเศรษฐกิจการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารา ประกอบด้วยตัวชี้วัดดังนี้ ภาวะรายได้ รายจ่าย การออม หนี้สิน พื้นที่ถือครอง และแรงงาน เป็นต้น

ตัวชี้วัดหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดหลักสังคมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารามีดังนี้ การรวมกลุ่ม ระดับการศึกษา สถานะทางสังคม ความสามารถและศักยภาพของเกษตรกร เป็นต้น

ตัวชี้วัดหลักสิ่งแวดล้อมการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน

การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในสวนยางพารา เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีหลักการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามแนวทางการจัดการสวนป่ายางอย่างยั่งยืน FSC โดยหลักการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืนตามแนวทาง FSC มีหลัก 10 ประการ

       1. ความสอดคล้องระหว่างกฎหมายกับหลักการของ FSC สวนยางที่เข้าโครงการได้จะต้องไม่ละเมิดกฎหมายป่าไม้ กฎหมายสิ่งแวดล้อม เสียภาษีที่ดินให้ อบต. และได้รับความคุ้มครองจากทางบ้านเมืองไม่ให้มีใครลักลอบตัดไม้

      2. สิทธิในการถือครองการใช้ประโยชน์และความรับผิดชอบ สวนยางที่เข้าโครงการได้จะต้องมีหลักฐานที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อยู่ในเขตป่าสงวนหรือที่ดินสาธารณะ อื่น ๆ

      3. สิทธิของชนพื้นเมือง ชนพื้นเมืองเช่นเงาะซาไกจะต้องได้รับการยอมรับ และคุ้มครอง

      4. ความสัมพันธ์ต่าง ๆกับชุมชนและสิทธิต่าง ๆของคนงาน คนงานในพื้นที่จะต้องได้รับการพิจารณาก่อน การเข้าทำงานในสวน มีการอบรมการใช้สารเคมีอย่างถูกวิธีให้กับคนงาน มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายให้กับคนงาน มีการจ่ายค่าแรงอย่างเป็นธรรม มีสวัสดิการสำหรับคนงาน

      5. ผลประโยชน์จากป่าไม้ การตัดไม้ออกไปขายจะไม่เกินปริมาณไม้ที่เพิ่มใหม่ในพื้นที่โครงการ จะต้องมีการสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากไม้อย่างสูงสุด ลดการสูญเสียผลผลิต เน้นการอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

      6. ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะต้องตระหนักถึงการรักษาความสมดุลย์ทางนิเวศน์ และความมั่งคั่งของสวนยาง ปล่อยให้มีการเติบโต ของไม้พุ่มพื้นเมืองระหว่างแถวยางและริมลำธาร ปกป้องพืชพื้นเมืองที่หายากปกป้องไม่ให้มีการล่าสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์และหายาก หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่อันตราย กำจัดสารเคมีรวมทั้งน้ำมันหล่อลื่นโดยวิธีที่เหมาะสม

      7. แผนการจัดการ มีการกำหนดแผนการจัดการเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับเป้าหมายในการจัดการ การตัดไม้ การลงทุน การป้องกันสภาพแวดล้อม การป้องกันพืชสัตว์หายาก เพราะแผนการติดตามตรวจตราแก้ไขผลกระทบด้านต่าง ๆ

      8. การตรวจตรากำกับดูแลและการศึกษาวิเคราะห์ การตรวจตราดูแลและจะต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับผลผลิตไม้ อัตราการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงของพืช สัตว์ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ขบวนการควบคุมการเคลื่อนย้ายของสินค้าไม้ที่ได้รับการรับรองแล้ว

      9. การฟื้นฟูป่าไม้ที่มีคุณค่าสูงด้านการอนุรักษ์ จะต้องทำนุบำรุงหรือส่งเสริมพื้นที่ป่าไม้ที่มีผลกระทบ 

และมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์ต่อบริเวณใกล้เคียง

      10. สวนป่า วางแผนและจัดการกับพื้นที่สวนป่าให้สอดคล้อง กับหลักการรายละเอียด 1 - 9 จัดระเบียบที่เป็นประโยชน์ด้านสังคมและเศรษฐกิจ สร้างความพึงพอใจให้กับประชากรโลกด้านการส่งเสริมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

1) ประเมินจากแบบสอบข้อเขียน

2) ประเมินโดยการสัมภาษณ์ตามแบบทดสอบที่กำหนดไว้

3) ประเมินโดยการสอบปฏิบัติ

4) ประเมินจากหลักฐานอื่น ๆ เช่น หนังสือรับรอง เอกสารรับรองการผ่านการอบรม หนังสือรับรองการทำงาน/ผ่านงาน โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการสัมภาษณ์



ยินดีต้อนรับ