หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ดูแลรักษาและปลูกซ่อมต้นตอยาง

สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ ARC-BPNI-155A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ดูแลรักษาและปลูกซ่อมต้นตอยาง

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2566

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

อาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านจัดทำแปลงต้นยางพาราพันธุ์ดี


1 6112 ผู้ปฏิบัติงานด้านการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

หน่วยสมรรถนะนี้เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาและปลูกซ่อมต้นตอยาง ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการจัดการระบบน้ำสำหรับแปลงต้นตอยาง การกำจัดวัชพืชในแปลงต้นตอยางและในถุงเพาะชำต้นตอยาง การใส่ปุ๋ยในแปลงต้นตอยางและในถุงเพาะชำต้นตอยาง การใช้วัสดุคลุมดินเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำในแปลงต้นตอยาง และคัดต้นตอยางที่ตายและไม่สมบูรณ์ทิ้งแล้วปลูกซ่อม 


7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

กลุ่มอาชีพเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพารา


9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

ISCO 6112 ผู้ปฏิบัติงานด้านการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล


10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

- พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542

- คำแนะนำพันธุ์ยาง ปี 2560 พันธุ์ยางแนะนำในพื้นที่ปลูกยางเดิม พันธุ์ยางแนะนำในพื้นที่ปลูกยางใหม่ ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร


11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
A131

จัดการระบบน้ำสำหรับแปลงผลิตต้นตอยาง

1. จัดเตรียมแหล่งน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดทำระบบส่งน้ำในแปลงผลิตต้นตอยาง

A131.01 195875
A131

จัดการระบบน้ำสำหรับแปลงผลิตต้นตอยาง

2.จัดทำผังระบบส่งน้ำอย่างง่ายในแปลงผลิตต้นตอยาง

A131.02 195876
A131

จัดการระบบน้ำสำหรับแปลงผลิตต้นตอยาง

3.ติดตั้งระบบส่งน้ำในแปลงผลิตต้นตอยางตามผังที่กำหนด

A131.03 195877
A131

จัดการระบบน้ำสำหรับแปลงผลิตต้นตอยาง

4. บำรุงรักษาระบบส่งน้ำในแปลงผลิตต้นตอยาง

A131.04 195878
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

1. อธิบายวิธีการให้น้ำต้นตอยางในแปลงและต้นตอยางในถุงเพาะชำ

A132.01 195879
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

2. ให้น้ำต้นตอยางในแปลงและต้นตอยางในถุงเพาะชำอย่างถูกวิธี

A132.02 195880
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

3 อธิบายวิธีกำจัดวัชพืชในแปลงผลิตต้นตอยางและในถุงเพาะชำต้นตอยาง

A132.03 195881
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

4. กำจัดวัชพืชในแปลงผลิตต้นตอยางและในถุงเพาะชำต้นตอยางอย่างถูกวิธี

A132.04 195882
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

5. อธิบายวิธีการใส่ปุ๋ยต้นตอยางในแปลงและต้นตอยางในถุงเพาะชำ

A132.05 195883
A132

ดูแลรักษาต้นตอยาง

6. ใส่ปุ๋ยต้นตอยางในแปลและต้นตอยางในถุงเพาะชำอย่างถูกวิธี

A132.06 195884
A133

ใช้วัสดุคลุมดินในแปลงผลิตต้นตอยาง

1.อธิบายการคัดเลือกวัสดุคลุมดินในแปลงผลิตต้นตอยาง

A133.01 195885
A133

ใช้วัสดุคลุมดินในแปลงผลิตต้นตอยาง

2.คัดเลือกวัสดุคลุมดินเพื่อใช้ในแปลงผลิตต้นตอยาง

A133.02 195886
A133

ใช้วัสดุคลุมดินในแปลงผลิตต้นตอยาง

3.คลุมดินด้วยวัสดุคลุมดินให้ทั่วแปลงผลิตต้นตอยาง

A133.03 195887
A134

คัดต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อมต้นตอยาง

1.อธิบายลักษณะต้นตอยางที่ไม่สมบูรณ์เพื่อคัดทิ้ง

A134.01 195888
A134

คัดต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อมต้นตอยาง

2.สำรวจและคัดต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้ง

A134.02 195889
A134

คัดต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อมต้นตอยาง

3. อธิบายวิธีการปลูกซ่อมต้นตอยาง

A134.03 195890
A134

คัดต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อมต้นตอยาง

4. ปลูกซ่อมต้นตอยางอย่างถูกวิธี

A134.04 195891

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

1) ความต้องการน้ำของต้นกล้ายางพารา

2) ความต้องการปุ๋ยของต้นกล้ายางพารา


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1)  มีทักษะในการติดตั้งระบบส่งน้ำในแปลงผลิตต้นตอยางตามผังที่กำหนด

2)  มีทักษะในการตรวจสอบการรั่วไหลและติดขัดของระบบจ่ายน้ำและการบำรุงรักษาปั้นน้ำ

3)  มีทักษะในการใช้วิธีการเขตกรรมและการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดวัชพืชในแปลงต้นตอยาง

4)  มีทักษะในการใส่ปุ๋ยแบบแถบและแบบหว่านในแปลงต้นตอยาง

5)  มีทักษะในการคัดเลือกวัสดุคลุมดินที่เหมาะสม

6)  มีทักษะในการสำรวจต้นตอยางที่ตายหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อม

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1)  มีความรู้ในการประเมินคุณภาพน้ำและปริมาณน้ำเพื่อการเพาะปลูก 

2)  มีความรู้ในการจัดทำผังระบบส่งน้ำ บำรุงรักษาระบบส่งน้ำและให้น้ำต้นตอยาง

3)  มีความรู้ในการกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ยต้นตอยาง และการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้วัสดุคลุมดิน

4)  มีความรู้ในการคัดต้นตอยางไม่สมบูรณ์ทิ้งและปลูกซ่อม


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

หลักฐานที่ต้องการจะกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมิน และควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) ทักษะและความรู้ที่ต้องการ 

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

       1)  หลักฐาน/หนังสือรับรองการทำงาน หรือการผ่านงานที่ออกโดยหน่วยงานที่เชื่อถือได้

       2)  แฟ้มสะสมงาน

(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

        1)  หลักฐานคุณวุฒิการศึกษา

        2)  หลักฐานการผ่านการอบรม หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ

        3)  ผลการสอบข้อเขียน

        4)  ผลการทดสอบสัมภาษณ์/ปฏิบัติ

(ค) คำแนะนำในการประเมิน

        1)  ผู้ประเมินจะดำเนินการตรวจประเมินความรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบน้ำในแปลง การกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ยยางในแปลงต้นตอยาง การใส่ปุ๋ยยางในถุงเพาะชำต้นตอยาง การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้วัสดุคลุมดิน รวมถึงการคัดต้นตอยางไม่สมบูรณ์ทิ้งแล้วปลูกซ่อม โดยพิจารณาจากหลักฐานด้านความรู้

        2) หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงหน่วยสมรรถนะนี้ ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกำหนดของหน่วยสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงานในหน่วยสมรรถนะนี้ โดยหลักฐานในที่นี้ต้องแสดงถึง 

            •    ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

            •    วิธีการปฏิบัติงานในแปลง กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

            •    ขอบเขตด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

(ง) วิธีการประเมิน

       1)  การสอบข้อเขียน

       2)  การสอบสัมภาษณ์

       3)  การสอบปฏิบัติ

 


15. ขอบเขต (Range Statement)

ขอบเขต (Range Statement) อธิบายถึงการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยสมรรถนะนี้ระบุองค์ประกอบ ในการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทั่วไปให้มีความเหมาะสม โดยต้องดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน แผนการดำเนินงาน และนโยบายของเจ้าของแปลงและผู้ประกอบการผลิตต้นยางพาราพันธุ์ดี ซึ่งต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

(ก) คำแนะนำ

         N/A

(ข) คำอธิบายรายละเอียด

1) แหล่งน้ำ หมายถึง สระน้ำ บ่อน้ำตื้น น้ำบาดาล น้ำประปา น้ำภูเขา เป็นต้น ซึ่งต้องได้รับการประเมินคุณภาพน้ำตามเกณฑ์คุณภาพน้ำเพื่อการเกษตร แหล่งน้ำต้องมีปริมาณน้ำเพียงพอกับความต้องการในแปลง อาจพิจารณาจากการรดน้ำต้นตอยางด้วยระบบสปริงเกอร์วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละ 1 ชั่วโมง และการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

2) อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดทำระบบส่งน้ำ หมายถึง ปั๊มน้ำ ท่อส่งน้ำ ข้อต่อ หัวจ่ายน้ำ อุปกรณ์ตั้งเวลาการให้น้ำ เป็นต้น

3) ผังระบบส่งน้ำ หมายถึง ผังระบบส่งน้ำในแปลงประกอบด้วยที่ตั้งแหล่งน้ำเชื่อมโยงกับระบบสูบน้ำระบบจ่ายน้ำ และมีแรงดันน้ำที่เพียงพอ

4) บำรุงรักษาระบบส่งน้ำ หมายถึง การกำหนดตารางเวลาในการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำและมีอุปกรณ์อะไหล่สำรองเตรียมพร้อมไว้ เช่น การตรวจสอบการรั่วไหลและติดขัดของระบบจ่ายน้ำควรทำอย่างทั่วถึงและทุกวัน การบำรุงรักษาปั้นน้ำตามคู่มือการใช้งาน เป็นต้น  

5) วิธีการให้น้ำต้นตอยาง คือรดน้ำต้นตอยางวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละ 1 ชั่วโมง (ยกเว้นวันที่ฝนตกและต้นตอยางได้รับน้ำฝนอย่างเพียงพอ) โดยใช้ระบบจ่ายน้ำที่แนะนำ เช่น ระบบสปริงเกอร์ ระบบน้ำหยด บัวรดน้ำ

6) วิธีกำจัดวัชพืชในแปลงผลิตต้นตอยางและในถุงเพาะชำต้นตอยาง (1) วิธีกำจัดวัชพืชในแปลงผลิตต้นตอยาง ใช้แรงงานในช่วงที่ต้นตอยางยังมีเปลือกลำต้นสีเขียว เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีที่จะเป็นอันตรายต่อต้นตอยางอ่อน  และใช้แรงงานควบคู่กับการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เมื่อต้นตอยางมีเปลือกลำต้นสีน้ำตาลและใช้ตามคำแนะนำในฉลากของผลิตภัณฑ์สารเคมีแต่ละชนิดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (2) วิธีการกำจัดวัชพืชในถุงเพาะชำต้นตอยาง ใช้วิธีการเขตกรรมโดยใช้แรงงานถอนวัชพืช ห้ามใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช เนื่องจากต้นยางเล็กมีความอ่อนแอและไวต่อการได้รับผลกระทบจากสารเคมี

7) วิธีการใส่ปุ๋ยต้นตอยางในแปลงและต้นตอยางในถุงเพาะชำ (1) วิธีการใส่ปุ๋ยต้นตอยางในแปลง (1.1) ใส่ปุ๋ย 2 ครั้งแรกโดยใส่เป็นแถบกว้างประมาณ 8 เซนติเมตร ระหว่างแถวคู่ ประมาณ 15 กรัมต่อช่วงระยะ 1 เมตร แล้วคลาดกลบเพื่อให้ปุ๋ยคลุกเคล้ากับดิน  (1 เดือนหลังปลูกและ 2 เดือนหลังปลูก)  (1.2) ใส่ปุ๋ยครั้งต่อไป (3 เดือนหลังปลูก และ ก่อนติดตายาง 1 เดือน) ควรหว่านให้ทั่วแปลง 36 กก.ต่อไร่ และระวังอย่าให้ถูกใบอ่อนของต้นตอยาง ช่วงนี้รากยางมีการแผ่ขยายออกไปทั่วแปลงแล้วจึงสามารถใส่ปุ๋ยแบบหว่านได้ (1.3) ปุ๋ยที่ใช้มีดังนี้ ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 ,15-15-15 หรือปุ๋ยที่แนะนำโดยกรมวิชาการเกษตร สูตร 20-8-20 ปุ๋ยเร่งรากเช่น ขี้ค้างคาว หรือหินฟอสเฟต ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก NPK และมีธาตุอาหารรองครบตามที่พืชต้องการ (2) วิธีการใส่ปุ๋ยต้นตอยางในถุงเพาะชำ ครั้งที่ 1 ช่วงที่ต้นตอยางอายุ 1 เดือน และมีใบแก่แล้วเท่านั้น ใช้ปุ๋ยเคมี ประมาณ 5 กรัมต่อต้น สูตร  20-8-20 หรือสูตรเสมอ  ครั้งที่ 2 ช่วงที่ยางอายุ 2 เดือน ใช้สูตรปุ๋ยและปริมาณเหมือนกับครั้งที่ 1

8) การคัดเลือกวัสดุคลุมดิน ควรใช้ขยุยมะพร้าว เศษขี้เลื่อยเก่าๆ ฟางข้าว ซากพืชแซม ตอซัง และเศษวัชพืชต่างๆ ที่แน่ใจว่าไม่สามารถขยายพันธุ์ได้แล้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน เพิ่มอินทรียวัตถุแก่ดิน ป้องกันการชะล้างที่เกิดจากฝนและป้องกันวัชพืชที่ขึ้นในแปลงต้นตอยางได้อีกทางหนึ่งด้วย

9) ลักษณะต้นตอยางที่ไม่สมบูรณ์ ได้แก่

(1) ต้นที่มีใบสีเหลือง (yellow genetic) เพราะเป็นต้นตอที่อ่อนแอ

(2) ต้นที่รากคดงอ ซึ่งมีข้อสังเกตคือ ช่วงของใบชั้นแรกมักจะต่ำกว่าปกติ และเมื่อดึงดูต้นยางที่อยู่ในดินจะยืดหยุ่นได้คล้ายๆ สปริง

(3) ต้นแคระแกรนไม่สมบูรณ์

(4) เมื่อต้นตอที่ปลูกด้วยเมล็ดสดแตกฉัตรที่ 2 การคัดต้นไม่สมบูรณ์ทิ้งควรมีต้นตอเหลืออยู่ 5-8 ต้นในระยะห่าง 1 เมตรของแถว ซึ่งเป็นต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงสำหรับใช้ในการติดตาต่อไป

(5) ต้นตอขนาดเท่าใดควรคัดทิ้งนั้นให้พิจารณาถึงความเจริญเติบโตของต้นตอส่วนใหญ่ในแปลงขณะนั้น เพราะการคัดต้นไม่สมบูรณ์ทิ้งจะทำให้ต้นตอยางโตสม่ำเสมอทั้งแปลง

10) วิธีการปลูกซ่อมต้นตอยาง ควรปลูกซ่อมต้นตอยางที่ตายและคัดทิ้งโดยใช้ต้นตอยางที่มีอายุและขนาดใกล้เคียงกัน กรณีไม่มีต้นตอยางสำรองไว้ อาจใช้ต้นตอยาง 2 ใบ อายุประมาณ 1-2 เดือนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในสวนยางนำมาปลูกซ่อมก็ได้ และควรปลูกซ่อมในช่วงฤดูฝนเพราะต้นตอที่ปลูกซ่อมจะตั้งตัวได้เร็ว เมื่อต้นตอยางมีพุ่มใบแผ่ถึงกันแล้ว (ร่มเงาจะทำให้ต้นซ่อมใหม่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี) หรืออายุประมาณ 3 เดือนครึ่งควรหยุดปลูกซ่อม 


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

N/A


17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

N/A


18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

1) ประเมินจากแบบสอบข้อเขียน

2) ประเมินโดยการสัมภาษณ์ตามแบบทดสอบที่กำหนดไว้ 

3) ประเมินโดยการสอบปฏิบัติ

4) ประเมินจากหลักฐานอื่นๆ เช่น หนังสือรับรอง เอกสารรับรองการผ่านการอบรม หนังสือรับรองการทำงาน/ผ่านงาน โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการสัมภาษณ์



ยินดีต้อนรับ